ECCrypto

หน้าแรก › คู่มือ

Bitkub หรือ Binance: เลือกอันไหนดีสำหรับคนไทย

ประเด็นสำคัญ

  • Bitkub อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทยโดยตรง
  • ค่าธรรมเนียมของ Binance ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
  • การฝากถอนเงินบาทสะดวกกว่ามากบน Bitkub
  • กำไรจากการขายคริปโตผ่านกระดานที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2572 ส่วนกระดานต่างประเทศไม่ได้รับสิทธินี้

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือการกำกับดูแล

Bitkub ดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ของไทย หมายความว่าหากเกิดปัญหา คุณมีหน่วยงานในประเทศที่ร้องเรียนได้ และบริษัทอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของไทยโดยตรง

Binance เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ถือการจดทะเบียนในหลายเขตอำนาจ แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของไทยในลักษณะเดียวกัน ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย แต่แปลว่าช่องทางร้องเรียนของคุณต่างกันมาก

ค่าธรรมเนียม: ตัวเลขที่ต้องดูจริง ๆ

ค่าธรรมเนียมซื้อขายของ Binance อยู่ที่ 0.10% ทั้งฝั่ง maker และ taker ในระดับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งต่ำกว่าอัตรามาตรฐานของกระดานในประเทศอย่างชัดเจน

แต่ค่าธรรมเนียมซื้อขายไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด ต้องรวมค่าฝาก ค่าถอน และสเปรดด้วย สำหรับคนที่ซื้อครั้งละไม่มาก ค่าธรรมเนียมถอนแบบคงที่มักมีผลต่อต้นทุนรวมมากกว่าค่าธรรมเนียมซื้อขายเสียอีก

ดูค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต และประวัติเหตุการณ์ของ Binance แบบมีแหล่งอ้างอิงครบได้ที่ รีวิว Binance และถ้ากำลังเทียบกับกระดานต่างประเทศอีกแห่ง ดู รีวิว OKX

เทียบประเด็นหลัก
ประเด็นBitkubBinance
การกำกับดูแลก.ล.ต. ไทยจดทะเบียนในต่างประเทศ
ฝากถอนเงินบาทตรงกับบัญชีธนาคารไทยผ่านตัวกลาง
ค่าธรรมเนียมซื้อขายสูงกว่า0.10%
จำนวนเหรียญน้อยกว่ามากกว่ามาก
ภาษาไทยและบริการลูกค้าเต็มรูปแบบจำกัดกว่า
ถอนเหรียญออกได้ได้ได้

การฝากถอนเงินบาทคือเหตุผลหลักที่คนเลือก Bitkub

Bitkub เชื่อมกับระบบธนาคารไทยโดยตรง ฝากเงินบาทเข้าและถอนกลับบัญชีตัวเองได้ตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ

การนำเงินบาทเข้า Binance ต้องผ่านตัวกลางหรือช่องทาง P2P ซึ่งเพิ่มทั้งขั้นตอนและความเสี่ยงของคู่สัญญา สำหรับผู้เริ่มต้น ความยุ่งยากตรงนี้มักมีน้ำหนักมากกว่าส่วนต่างค่าธรรมเนียม

เรื่องภาษีที่ต้องรู้

บุคคลธรรมดาที่มีกำไรจากการขายคริปโตหรือโทเคนดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 399 ส่วนกำไรจากกระดานต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทยไม่อยู่ในข้อยกเว้นนี้ และยังต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามปกติ รายได้จากการขุด สเตกกิ้ง หรือแอร์ดรอปก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้นเช่นกัน

ข้อแตกต่างในทางปฏิบัติคือเอกสาร กระดานที่อยู่ภายใต้การกำกับของไทยมีรายงานที่ใช้อ้างอิงได้สะดวกกว่า ส่วนกระดานต่างประเทศคุณต้องเก็บประวัติธุรกรรมเองทั้งหมด

สรุปว่าใครควรเลือกอะไร

ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ต้องการฝากถอนเงินบาทง่าย ๆ และอยากมีหน่วยงานไทยให้ร้องเรียนได้ Bitkub คือคำตอบที่ตรงกว่า แม้ค่าธรรมเนียมจะสูงกว่า

ถ้าคุณซื้อขายบ่อย สนใจเหรียญนอกกระแส และรับมือกับการนำเงินเข้าออกเองได้ ส่วนต่างค่าธรรมเนียมของ Binance จะคุ้มค่าอย่างชัดเจนเมื่อปริมาณการซื้อขายมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Bitkub ดีไหม ปลอดภัยหรือเปล่า?

Bitkub อยู่ภายใต้ใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทย ซึ่งหมายความว่ามีหน่วยงานในประเทศกำกับดูแลและร้องเรียนได้ อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลไม่ได้รับประกันว่าเงินของคุณจะได้คืนเต็มจำนวนหากบริษัทมีปัญหา จึงไม่ควรฝากทั้งหมดไว้ที่เดียว

ค่าธรรมเนียม Bitkub กับ Binance ต่างกันแค่ไหน?

Binance อยู่ที่ 0.10% สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งต่ำกว่าอัตรามาตรฐานของกระดานในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องรวมค่าฝากถอนเข้าไปด้วยจึงจะเห็นต้นทุนจริง

สมัคร Bitkub ต้องใช้อะไรบ้าง?

บัตรประชาชนไทย บัญชีธนาคารไทยในชื่อตัวเอง และการยืนยันตัวตนตามข้อกำหนด ก.ล.ต. ควรทำให้เสร็จก่อนฝากเงิน เพราะการถอนมักถูกระงับไว้จนกว่าการยืนยันตัวตนจะสมบูรณ์

ใช้ Binance ในไทยผิดกฎหมายไหม?

การถือครองและซื้อขายคริปโตไม่ผิดกฎหมาย แต่แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไม่สามารถโฆษณาหรือชักชวนผู้ลงทุนไทยได้ และคุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหากเกิดปัญหา

กำไรจากคริปโตต้องเสียภาษีไหม?

ขึ้นอยู่กับว่าขายผ่านที่ไหน กำไรจากการขายผ่านกระดานที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย เช่น Bitkub ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 ส่วนกำไรจากกระดานต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทยยังต้องนำมารวมคำนวณภาษี

แหล่งอ้างอิง